วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

6.สมมติฐาน (Hypothesis)



               ไพฑูรย์  สินลารัตน์   (2534 : 25)กล่าวว่า  โดยทั่วไปแล้วเมื่อผู้วิจัยตัดสินใจจะทำการวิจัยเรื่องใด  ผู้วิจัยมักจะคาดหวังผลบางอย่างจากการวิจัยไว้ตั้งแต่ต้น  ทั้งนี้โดยอาศัยประสบการณ์  การสังเกต  ทฤษฎี  หรือผลงานวิจัยที่มีมาก่อนเป็นหลัก  การทำนั้นการวิจัย  การทำวิจัยก็คือการศึกษาเพื่อดูว่า  สิ่งที่คาดหวังนั้น  จะเป็นจริงหรือไม่จริงตามความคาดหวัง 
               ไพศาล  วรคำ  (2532 : 33).   กล่าวว่า   คำตอบที่คาดคะเนไว้สำหรับปัญหาเชิงวิจัยอันหนึ่งอันใด  โดยที่ยังมิทันทดสอบว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่  แต่ก็มีเหตุผลบางประการที่ชวนให้คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
    ประดอง กรรณสูต  (2529: 3) กล่าวว่า สมมติฐานเป็นข้อเสนอเงื่อนไขหรือหลักการสมมติฐานที่อาจไม่เป็นจริงก็ได้ หน้าที่ของสมมติฐานก็คือ ช่วยชี้แนวทางในการค้นหาข้อเท็จจริง ความคิดซึ่งมีอยู่ในสมมติฐานอาจเป็นคำตอบของปัญหาที่มีอยู่แล้ว หรืออาจไม่เป็นก็ได้ ความคิดต่างๆที่สมมติฐานเสนอแนะไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป อย่างไรก็ตามการวิจัยที่เริ่มต้นด้วยสมมติฐานที่แน่นอน ย่อมช่วยผู้วิจัยในการวางแผนเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างดียิ่งขึ้น

            สรุป
    สมมติฐาน (Hypothesis) หมายถึง  คำตอบที่คาดคะเนไว้สำหรับปัญหาเชิงวิจัยอันหนึ่งอันใด  โดยที่ยังมิทันทดสอบว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่  แต่ก็มีเหตุผลบางประการที่ชวนให้คิดว่าน่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องโดยมีหลักการและทฤษฎีต่างๆรองรับ ซึ่งการคาดการณ์หรือการคาดคะเนของผู้วิจัยนี้อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ นอกจากนี้สมมติฐานยังช่วยจำกัดขอบเขตของการศึกษาวิจัยให้มีความเฉพาะเจาะจงและรัดกุมมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

            ที่มา
ไพฑูรย์  สินลารัตน์. (2534) การวิจัยทางการศึกษา : หลักและวิธีการสำหรับนักวิจัย.  กรุงเทพฯ  :
             โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพศาล  วรคำ . (2532) การวิจัยทางการศึกษา. กาฬสินธุ์ โรงพิมพ์ประสานการพิมพ์.
ประดอง กรรณสูต.  (2529).  สถิติเพื่อการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. ปทุมธานี: บริษัท ศูนย์หนังสือ 
               ดร.ศรีสง่า จำกัด , 2529.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น